Our Culture Change Methodology

การสร้างและพัฒนาวัฒนธรรม
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร
Transforming Culture to Organization Effectiveness

 
Culture : How Great Companies Think Differently
สภาพแวดล้อมการแข่งขันในปัจจุบันและอนาคต ผลักดันให้ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต้องมีแนวทางของธุรกิจในทิศทางที่ชัดเจน สามารถถ่ายทอดความเข้าใจและเป้าหมายลงสู่ส่วนงานต่างๆ เพื่อให้แต่ละหน่วยงานและพนักงานทุกคนมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนร่วมกัน ซึ่งสามารถดำเนินการผ่านกระบวนการการกำหนดทิศทาง วิสัยทัศน์ ภารกิจหลัก วัตถุประสงค์ และกลยุทธ์ โดยใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น Balanced Scorecard & Key Performance Indicators เป็นแนวทางในการถ่ายทอดกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ แต่องค์กรที่เยี่ยมยอดในระดับโลกนั้นให้ความสำคัญอย่างสูงในเรื่อง “คน” และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้ผลการทำงานเป็นเลิศโดยการพึ่งพาอาศัยกัน ร่วมมือ เกื้อกูลกัน เปิดเผย และจริงใจต่อกันและกันอันเกิดจากแรงจูงใจอย่างลึกซึ้งของแต่ละคนในองค์กรสามารถแก้ไขปัญหาหรือข้อสงสัยต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในแต่ละบุคคล ทำให้สามารถดึงเอาพลังงานและองค์ความรู้ของทรัพยากรบุคคลที่ซ่อนเร้นไว้ภายใน (Tacit Knowledge) ออกมาและนำมาใช้อย่างเต็มศักยภาพ ส่งผลให้ผลิตภาพหรือผลประกอบการเพิ่มสูงมากขึ้น
 

 
What is Culture วัฒนธรรมองค์การ
วัฒนธรรมองค์การหมายถึง ระบบทุกๆ อย่างที่ก่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน ในแนวทางการประพฤติ  ปฏิบัติและแนวทางการทำงาน รวมทั้งบรรยากาศในการทำงานในองค์การที่เป็นที่รับรู้และครอบคลุมไปถึงค่านิยมหลัก  ความเชื่อ  บรรทัดฐาน  ปรัชญาขององค์การ วัฒนธรรมองค์การจึงมีขอบเขตที่กว้างเหมือน ภูเขาน้ำแข็ง คือมีทั้งส่วนที่มองเห็นได้ กับส่วนใหญ่ที่อยู่ลึกลงไป ส่วนที่มองเห็นจะเป็นสิ่งที่องค์การสร้างขึ้นมา เช่น ป้าย สัญลักษณ์ คำขวัญ การแต่งกาย อาคารสถานที่ ส่วนที่อยู่ลึกลงไปคือส่วนที่มองไม่เห็น แต่เป็นสิ่งที่สมาชิกรับรู้และเข้าใจร่วมกัน เช่น ค่านิยม ความเชื่อ
วัฒนธรรมองค์การที่ดีจะส่งผลต่อประสิทธิผล (Effectiveness) ขององค์การ นั่นคือวัฒนธรรมที่ก่อให้เกิดความผูกพันและการมีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อองค์การ เป็นวัฒนธรรมที่ปรับให้เหมาะต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกองค์กร มีการประพฤติปฏิบัติที่สม่ำเสมอ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ภารกิจและทิศทางที่เหมาะสมและชัดเจนขององค์การ
ดังนั้นผู้บริหารองค์การที่ประสบความสำเร็จจึงมีความจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์การ โดยการประเมินสภาพของวัฒนธรรมองค์การที่เป็นอยู่ และประเมินวัฒนธรรมที่เหมาะสมหรือคุณค่าที่มีต่อองค์การเพื่อจะได้สร้างวัฒนธรรมองค์การที่เหมาะสม เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์การ วัฒนธรรมของแต่ละองค์การจึงมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไปไม่สามารถลอกเลียนแบบกันได้
 
สิ่งที่ท้าทายสำหรับผู้บริหาร
สิ่งที่ท้าทายสำหรับผู้บริหารทุกองค์กร คือ ความสามารถในการผสานค่านิยมร่วมของคนทุกระดับองค์กร ให้มีแนวคิดและวิถีประพฤติปฏิบัติที่สอดคล้องไปในทิศทางที่องค์กรมุ่งหวัง  เพื่อให้สามารถดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ ซึ่งจะสอดรับกับภารกิจและวิสัยทัศน์ที่องค์กรจะมุ่งไปในอนาคต
 

 
 
จุดเริ่มต้นอยู่ที่ “คน”
ทุกคนในองค์กรต่างมีกรอบความคิด (Mindset) วิถีประพฤติปฏิบัติ ตลอดจนค่านิยมและความเชื่อที่เป็นของตนเองซึ่งมีทั้งผลดีและผลลบต่อองค์กร ทั้งนี้หากผู้บริหารไม่สามารถปรับกรอบความคิด (Mindset) และวิถีประพฤติปฏิบัติที่สอดคล้องในทิศทางที่องค์กรมุ่งหวังได้ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นอุปสรรคกีดขวางความมีประสิทธิผลขององค์กร
 
        
The Power of Culture :  The most important ingredient for Organizational Excellence
อะไรที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ Grid เข้าใจดีว่าองค์กรที่มีวัฒนธรรมที่เข้มแข็งจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่มีพลังมากที่สุดในการสร้างความสำเร็จ และเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กร วัฒนธรรมองค์กรสามารถช่วยให้องค์กรเผชิญกับความยากลำบาก ปัญหา และความท้าทายต่างๆ เช่นทำให้เกิดความสำเร็จในการควบรวมธุรกิจ การแก้ไขปัญหาในด้านผลผลิต การลดปัญหาการลาออกของพนักงานที่สูง การเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตขององค์กร และการสร้างให้องค์กรอยู่ในการได้เปรียบทางการแข่งขันที่ไม่มีใครสามารถจะชนะได้ วัฒนธรรมมีอิทธิพลกับคุณภาพและประสิทธิภาพของพนักงานแต่ละคนในการทำงาน Grid  เรามุ่งเน้นพลังที่ถูกเก็บและซ่อนอยู่ในตัวพนักงาน ซึ่งมีผลต่อผลการประกอบการและผลิตผลขององค์กร เราช่วยให้องค์กรสามารถให้ความหมายของวัฒนธรรม สามารถวัดผลและปลดปล่อยพลังที่มีอยู่ในพนักงานให้สามารถนำมาใช้ได้เต็มศักยภาพ

Why Improve Culture?
การสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรจะมีความจำเป็นและมีบทบาทที่สำคัญสูงสุดเมื่อองค์กร

  • ต้องการสร้างความร่วมมือและความผูกพัน ของพนักงานในการทำโครงการหรือแผนงานใหม่ๆ
  • ต้องการปรับทัศนคติ ค่านิยม พฤติกรรม ของพนักงานที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์ใหม่ขององค์กร
  • ปรับปรุงโครงสร้างขององค์กร  และต้องการประสานกระบวนการและความร่วมมือ
  • มีการควบรวมธุรกิจและจำเป็นต้องผสานวัฒนธรรมที่มีความแตกต่าง
  • มีกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายใน ต้องการสร้างจิตสำนึกของความเป็นเจ้าของ
  • ต้องการสร้างความเจริญเติบโต และสร้างผลผลิตแบบก้าวกระโดดและรวดเร็ว จึงต้องสร้างความผูกพัน การมีส่วนร่วม  การปรับทัศนคติ  ค่านิยม  และพฤติกรรมการทำงานของพนักงานทุกระดับในองค์กร
  • เผชิญกับปัญหาทางการเงิน   ทำให้ต้องใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • เกิดการถดถอยหรือหยุดนิ่งในด้านความเจริญเติบโต (Growth) เมื่อเทียบกับคู่แข่ง

Grid : The World Authority in Driving Culture Change
Grid เป็นกรอบการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริหารทุกชาติ ทุกภาษาทั่วโลก ผู้คิดค้นทฤษฎี Grid เป็นศาสตราจารย์ชาวอเมริกัน 2 ท่านที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก มีการพัฒนาทฤษฏี Grid ให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาผู้บริหาร ทีมงาน และองค์กรเพื่อความเปลี่ยนแปลง ที่ได้เผยแพร่และเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดจนถึงปัจจุบันมีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ แล้ว 19 ภาษาและมีตัวแทนอยู่ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ทฤษฎี Grid ศึกษาพฤติกรรมจากความมุ่งมั่นที่มีต่องาน (Concern for Production) และความมุ่งมั่นที่มีต่อคน (Concern for People) เพื่อแบ่งพฤติกรรมของคนออกเป็น 7 รูปแบบ ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นกรอบในการทำความเข้าใจในพฤติกรรม สัมพันธภาพการทำงานเป็นทีม ตลอดจนสำรวจและศึกษาวัฒนธรรมขององค์กรเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง

 

Grid Consulting Methodology: Harnessing the dynamic of Culture
กระบวนการของ Grid ผ่านการวิจัยและปฏิบัติจริงมามากกว่า 60 ปี ในการสร้างวัฒนธรรม วิธีการของที่ปรึกษาจะมีแบบแผนและกลยุทธ์ที่ช่วยปรับเปลี่ยนพลังที่จับต้องได้ยาก เช่น ค่านิยม ความเชื่อ ทัศนคติ บรรทัดฐานต่าง ๆ ไปสู่สิ่งที่วัดได้โดยการใช้การประชุมกลุ่มปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ทีมที่ปรึกษาจะทำหน้าที่เป็นโค้ชเพื่อที่จะดึงเอาสิ่งต่าง ๆ ที่ฝังอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคนแต่ละหน่วยงานออกมา เพื่อจะได้ให้แต่ละหน่วยงานทำการประเมินและสำรวจว่าอะไรเป็นวัฒนธรรมหรือสิ่งที่ประพฤติปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม และแทนที่ด้วยการปฏิบัติที่ดีกว่าในอนาคต เราเรียกวิธีการนี้ว่า “self-convincing” เพราะว่าแต่ละหน่วยงานและองค์กรจะออกแบบมาตรฐานของความเป็นเลิศของตนเองที่เป็นเอกลักษณ์  รวมทั้งกลยุทธ์ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ ด้วยความผูกพัน ร่วมแรงร่วมใจของทุกคนในหน่วยงานในองค์กร

Grid จะสามารถพัฒนาทักษะและประสิทธิภาพในการบริหารงานของผู้บริหาร ผู้นำทีม หรือพนักงานระดับปฏิบัติการขององค์กรได้ในเรื่อง

 1)    ทักษะการเป็นผู้นำ (Leadership Skills) เป็นการใส่ใจในทีมงาน ปรับและสร้างทีมงานให้มีประสิทธิภาพ สร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมในการทำงานและความรับผิดชอบต่อทีมงานให้เกิดขึ้นในทีม
2)    การพัฒนาศักยภาพของตนเองและผู้อื่นในองค์กร (Capability Development) มีความกระตือรือร้นและกระตุ้นตนเองรวมถึงผู้อื่นให้มีการปรับปรุงและพัฒนา มีการวิพากษ์ในเชิงสร้างสรรค์ จัดลำดับความสำคัญในสิ่งที่ต้องพัฒนา ให้โอกาสและสนับสนุนทีมงานและบุคลากรในการพัฒนาตนเอง
3)    การปรับและบริหารความแตกต่างและหลากหลายในองค์กรให้เกิดประโยชน์ (Managing Diversity) เข้าใจในความแตกต่างของบุคคล มีการปฏิสัมพันธ์กับความแตกต่างหลากหลายในสังคมได้ราบรื่น และผสานความแตกต่างให้สอดคล้อง กลมกลืน ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานและทำให้องค์กรบรรลุความสำเร็จ
4)    การเสริมสร้างความสัมพันธ์ (Fostering Relationships) มีส่วนร่วมหรือให้ความร่วมมือกับกิจกรรมขององค์กร ให้ความช่วยเหลือแก่เพื่อนร่วมงาน ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในการทำงานเป็นทีม หรือเสริมสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานกับเพื่อนร่วมงาน หรือผู้อื่นที่ไม่ได้อยู่ในทีมงานเดียวกันได้ ซึ่งช่วยให้เกิดผลในเชิงบวกต่อองค์กร
5)   การผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรม (Driving Change & Innovation) สนับสนุน ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลง บอกได้ว่าสถานการณ์ใดที่ต้องการเปลี่ยนแปลง และกระตุ้นให้ผู้อื่นเปลี่ยนแปลงได้ มีศักยภาพทำให้คนทั้งองค์กรและองค์กรเข้าไปมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ ที่สำคัญ   มีการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

เป้าหมายและวัตถุประสงค์

1) สร้างความร่วมแรงร่วมใจ และความผูกพัน โดยเริ่มจากผู้บริหารระดับสูง ลงมาถึงระดับพนักงาน

2) สำรวจวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นอยู่และวัฒนธรรมองค์กรที่เหมาะสมจากผู้บริหารและพนักงานโดยใช้กรอบของ Grid เป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้าใจ พูดภาษาเดียวกันทั่วทั้งองค์กรเพื่อให้ง่ายต่อการเปลี่ยนแปลง

3) พัฒนาศักยภาพในตนและภาวะผู้นำ ให้กับพนักงานทุกระดับในองค์กร

4) สร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรแห่งความร่วมแรงร่วมใจ  เปิดเผยจริงใจ  เคารพและไว้วางใจซึ่งกันและกัน  ปราศจากความขัดแย้ง  และมีความผูกพัน

5) ดึงเอาศักยภาพและพลังที่ซ่อนเร้นของพนักงานทุกคนในหน่วยงานออกมาใช้ให้เต็มที่ในการสร้างผลผลิตให้หน่วยงานและองค์กร

6) สร้างวัฒนธรรมและพลังของทีมที่แข็งแกร่งที่สามารถวัดผลได้จริงในทางปฏิบัติทั้งในระดับบุคคลและระดับหน่วยงานและส่งผลไปถึงผลิตภาพและประสิทธิภาพขององค์กร

7) สร้างคณะทำงาน  Culture Champion ที่จะเป็นผู้ประสาน สื่อสาร ติดตามผล อย่างต่อเนื่อง

 

The Benefits

                Transforming Culture to Organizational Effectiveness and Growth

องค์กรจะสร้างวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ที่เข้มแข็ง ขับเคลื่อนทีมจากแนวคิดที่เป็นนามธรรมไปสู่ความเป็นจริงที่ปฏิบัติและจับต้องได้  พลังขับเคลื่อนนี้เกิดจากการสร้างระบบความสัมพันธ์และการสื่อสารที่ดี ทำให้ทีมเกิดความต้องการที่จะปรับปรุงและมุ่งสู่ประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งกว่าที่เคยทำมาในอดีต ผลิตภาพและผลิตผลก็จะดีขึ้น ความพึงพอใจในงานก็จะเพิ่มมากขึ้น องค์กรจะเจริญเติบโตสร้าง ความยั่งยืน เกิดประสิทธิผลต่อองค์กรอย่างต่อเนื่องสามารถยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน นอกจากนี้พนักงานในองค์กรไม่เพียงแต่ทำงานด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลผลดีขึ้นในการหาคำตอบหรือทางออกร่วมกันในปัญหาต่างๆ และเพิ่มพูนความเชื่อถือและไว้วางใจซึ่งกันและกัน แต่เราช่วยทำให้พนักงานทุกคนมีความสุขในการทำงานกับร่วมผู้อื่นในกระบวนการ